แนวทางการปิดแนวทางการขายที่มือโปรจำเป็นต้องทราบ

การที่พวกเราจำต้องไปเสนอแนวทางการขายผลิตภัณฑ์ให้ได้หัวแข็งแล้วครับ ปิดวิธีขายแล้วให้ได้ยอดจำหน่ายนั้นยากกว่าอีก

โดยธรรมดาแล้วหากลูกค้าจะไม่ยอมรับการซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเราเขาก็จะอ้างเอาเหตุแตกต่างกันไปเพื่อมาปัดการซื้อของพวกเรา ประเดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างที่ผมเคยพบมาแล้วกันนะครับ ดังเช่นว่า ขอลองคิดดูก่อนครับผม ขอคำแนะนำแฟนก่อนนะ ที่บ้านผมมีแล้ว ฯลฯ แล้วประโยคที่จำเป็นต้องพูดว่าคงจะยอดฮิดที่สุดก็คือ มันมีราคาแพงเกินความจำเป็น ขาดเงิน
ตรงนี้พวกเรามาดูวิธีการปิดแนวทางการขายจากอันดับแรกๆของนักขายจากญี่ปุ่น
ถามหาความอยากที่จะซื้อ แบบไม่อ้อมค้อม
ภายหลังที่พวกเราได้เสนอขายผลิตภัณฑ์ของพวกเราไปแล้ว ก็สามารถแนวทางการปิดแนวทางการขายได้เลยนะครับ รวมทั้งนักขายจำนวนมากชอบใช้คำกล่าวกลุ่มนี้เป็นการปิดวิธีขาย ดังเช่น “ถัดไปจะเป็นข้อแนะนำจากบริษัทพวกเรา ก่อกวนไตร่ตรองด้วยครับผม นัดหมายกันครั้งถัดไปเมื่อไรดีนะครับ”
แล้วถ้าเกิดคุณนั้นยังคงใช้แต่ว่าคำบอกเล่าอย่างงี้อยู่ ก็ไม่สามรถยนต์ที่จะปิดวิธีขายได้หลอกขอรับ ด้วยเหตุว่าภายหลังที่คุณกล่าวมาแล้วลูกค้าก็จะตอบกลับมาว่า “เด๋ยวจะพิเคราะห์มองครับ แล้วก็สักครู่ผมติดต่อกลับไปครับผม” สรุปแล้วการพูดจาวิธีขายวันนั้นก็ไม่ได้อะไรเลย แปลงเป็นว่าคุยมาตั้งนาน ดันไปเปิดโอกาสทางที่จะให้ลูกค้ากลับไปคิดแล้วไม่ยอมรับการซื้อของพวกเราไปอีก
เอาละประเดี๋ยวผลจะกล่าวว่าภายหลังจากการเสนอขายผลิตภัณฑ์ไปแล้วควรใช้คำกล่าวอย่างไรหลังจากนั้น
“เป็นอย่างไรกันบ้างนะครับ ลูกค้าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่พรีเซ็นท์ครับผม ลูกค้าอยากจะซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเราไหมครับผม”
เนื่องจากว่าภายหลังพวกเราเสนอขายผลิตภัณฑ์ไปแล้ว พวกเราก็จะต้องถามต่อถึงความตั้งอกตั้งใจของลูกค้าไปเลยว่าพึงพอใจจะซื้อไหมในทันทีทันใด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ตนเองแล้วให้ตัวเลือกการตัดสินใจกับลูกค้าในทันที
ปล่อยมือจากผลตอบแทนของตนเอง
แม้กระทั่งพวกเราต้องการจะได้ยอดการสั่งซื้อเยอะแค่ไหน ถ้าหากพวกเราได้พิเคราะห์แล้วว่าการให้บริการของบริษัทอื่นได้ผลคุณประโยชน์ต่อลูกค้ามากยิ่งกว่า แน่ๆว่าพวกเราก็ไม่สมควรที่จะเสนอบริษัทของตนเอง เนื่องจากว่านี่เป็นจิตวิญญาณของความซื่อตรงซื่อตรง
อย่างเช่น มีลูกค้าท่านหนึ่งกำอยากเชิ้ตดีๆสักตัว แต่ว่าบุคลากรตรวจผลิตภัณฑ์แล้วพบว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ต่อไปก็หายไป และจากนั้นก็กลับมาพูดว่า “จำเป็นต้องขออภัยด้วยนะคะ ทางร้านค้าของพวกเราไม่มีเสิ้อเชิ้ตที่คุณลูกค้าอยากได้ เลยทดลองไปถามผลิตภัณฑ์จากเคานต์เตอร์แบนรด์อื่นนั้นก็ไม่มีผลิตภัณฑ์แบบงี้เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องขอประทานโทษจริงๆจ้ะ”
วิธีการทำอย่างนี้จะเป็นการสร้างความซาบซึ้งให้ลูกค้า แล้วก็ในอนาคตเขาก็จำเป็นต้องกลับมาแน่ๆครับ เพราะเหตุว่ากำเนิดความตรึงใจในบริการของพวกเรา ไหมแน่นะนะครับเขาบางทีอาจจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณวันนั้นเลยก็ได้
เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะนะครับ หวังว่าบทความที่ผมเอามาเขียนให้ทุกคนได้อ่านวันนี้จะมีประโยชน์ต่อนักขายทุกๆคนครับผม และก็ขอขอบพระคุณบทความต้นฉบับดีๆจากเว็บไซต์ amarinbooks.com ด้วยครับ

Author: Rita Ramos